อลัน เชียเรอร์กล่าวอำลา

อาจดูเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ไม่น้อย หากอังกฤษชาติที่ยกตนว่าเป็นต้นแบบของ โมเดิร์นฟุตบอล ผงาดฟาดแชมป์ยูโร 2000…

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น? แม้จะถูกโฟกัสเป็นพิเศษ แต่ภาพพจน์ของสิงโตคำรามยังดูดาด ๆ ธรรมดา ไม่ค่อยเร้าใจเหมือนทีมอื่น

ว่ากันตามความจริงชนิดหั่นอาการลำเอียงออกไป ฐานะของอังกฤษเป็นได้เต็มที่แค่ “ม้ามืด” เท่านั้น เต็ง 1-5 ยังไม่ใช่เวลานี้

แต่ใครบางคนกลับนิ่งเฉยกับคำวิพากษ์เหล่านี้ เพราะมีปากก็ย่อมพูดได้ทั้งนั้น…

อลัน เชียเรอร์ เชื่ออยู่ลึกๆ อังกฤษจะเป็นแชมป์ และเขาจะคว้าตำแหน่งดาวซัลโวประจำทัวร์นาเมนต์ยูโร2000

ถ้ามันลงเอยอย่างนั้นจริง จะเป็นการปิดฉากกับทีมชาติที่สวยหรูฟู่ฟ่าอย่างยิ่ง

แม้ในวัยเหยียบย่าง 30 พรรษาจะไม่เหมาะสมที่จะคิดการณ์ไกลด้วยการแขวนสตั๊ด แต่เหตุผลของเชียเรอร์ก็เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กรุ่นหลังได้ก้าวขึ้นมาโชว์ฝีเท้าบ้าง

“ผมปรารถนาทั้งโทรฟี่และตำแหน่งดาวยิง แต่ผมไม่อยากจะพูดมากให้เปลืองน้ำลาย เพราะนี่เหมือนโอกาสสุดท้ายของผมแล้ว”

“ผมเชื่อว่าตัวเองจะไม่ผิดหวังแน่กับการตัดสินใจในครั้งนี้ เพราะเดือนสิงหาคมนี้ ผมก็จะครบ 30 ปีพอดิบพอดีแล้ว และคิดว่ามันถึงเวลาอันควรซะที”

ตัวตายตัวแทนที่จะขึ้นมาทาบฮอตชอตคงไม่มีทางหาได้ในเร็ววัน อย่างน้อยไม่น่าจะใช่ภายในปีเดียว

ในขณะเดียวกัน ทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นการพิสูจน์ของ ไมเคิ่ล โอเว่น อีกครั้ง ว่าจะแบกรับมรดกจากเชียเรอร์ได้หรือไม่ ส่วน เควิน ฟิลลิปส์ ก็ดูงอมเกินไปสำหรับเกมในระดับชาติ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ก็ฟอร์มหล่นแล้วร่วงอีก

เอมล เฮสกี้ ยังต้องใช้เวลาอีกเพียบเพื่อผงาดในทีมชาติอย่างสมภาคภูมิ มันต้องมาจากฝีเท้าเท่านั้น ไม่ใช่สีเสื้อที่มีตราหงส์ติดอยู่ข้างซ้าย และมียี่ห้อรีบอคอยู่ข้างขวา

สำหรับ แอนดี้ โคล ตัดออกไปได้เลย ทีมชาติคือของแสลงสำหรับโคล หมอนี่จะลั่นไกคล่อง ก็ต่อเมื่อเล่นให้นิวคาสเซิ่ลและแมนฯ ยูไนเด็ด เท่านั้น

ปัญหาตรงนี้ เควิน คีแกน ต้องเค้นสมองอย่างหนักว่าจะทำทีมในทิศทางใด ในยามที่ปราศจากเงาหัวเชียเรอร์

ตอนที่ฮอตชอตประกาศลาเป็นเรื่องราว คิงเคฟยอมรับว่าเกิดอาการ “ตกใจ” ปน “แปลกใจ” ไฉนๆ จู่ๆ จึงโพล่งออกมาแบบไร่ปี่ขลุ่ยแบบนี้ ไม่มีการโหมโรงขึ้นอินโทรกันก่อนเลย อย่างนี้คนที่เป็นเจ้านายย่อมลำบากใจเป็นธรรมดา

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน

หมายเลข ชื่อ เกิดเมื่อ สัญชาติ เข้าร่วมทีมเมื่อ
คริสเตียน ฟิดเลอร์ 27.03.75 เยอรมัน 01.07.89
เฮนดริค แฮร์โซก 02.04.69 เยอรมัน 01.07.97
คิด ฟาน บูริค 20.11.73 ฮอลแลนด์ 01.07.97
ไอย์โยลฟร์ ชเวอร์ริสซอน 03.08.68 ไอร์แลนด์ 14.08.95
เซอร์ไก มานเดร์โก้ 01.08.71 ทาดชิกิสถาน 01.07.97
สเตเฟ่น คาร์ล 03.02.70 เยอรมัน 01.07.95
ไบรอัน รอย 12.02.70 ฮอลแลนด์ 01.07.97
คเยทิล เร้ดดาล 06.11.68 นอร์เวย์ 01.07.97
มิชาเอล พรีทซ์ 17.08.67 เยอรมัน 01.07.96
กาบอร์ คิราลี่ 01.04.76 อังการ 01.07.97
อัลฟอนเซ่ ทชามี่ 14.02.71 แคเมอรูน 01.07.97
อานเท โควิช 31.08.75 โครเอเชีย 01.07.96
ฮาซาน วูราล 17.12.73 ตุรกี 01.07.96
ซิกเท่น ไวท์ 07.01.70 เยอรมัน 01.07.95
มิชาเอล ดินเซย์ 15.10.72 ซาอีร์ 01.07.96
พาล ดาร์ไค 16.03.76 ฮังการี 03.12.96
อันเดรียส์ ชมิดท์ 14.09.73 เยอรมัน 01.07.91
อักเซิ่ล ครูเซ่ 28.09.67 เยอรมัน 01.07.96
มิชาเอล ฮาร์ทมันน์ 11.07.74 เยอรมัน 01.07.94
คาร์สเท่น ลาคีส 08.01.71 เยอรมัน 01.07.97
โอลิเวอร์ ชมิดท์ 14.09.73 เยอรมัน 01.07.93
คริสเตียน เฟห์รมันน์ 05.10.75 เยอรมัน 01.07.93
มาร์ค อาร์โนลด์ 19.09.70 เยอรมัน 29.12.95
มาร์เชล ราท 03.09.75 เยอรมัน 01.07.95
27 กุนนาร์ เซาเออร์ 11.06.64 เยอรมัน 01.07.96
28 ทอร์สเท่น มาเลสซ่า 03.09.77 เยอรมัน 01.07.93
เทรนเนอร์ เจอร์เก้น โรเบอร์ 25.12.53 เยอรมัน 01.01.96

ก่อตั้ง 25 ก.ค. 1892

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน1

ความสำเร็จ แชมป์เยอรมัน 2 ครั้ง (30, 31)

งบประมาณ 35 ล้านมาร์กบวก 9 ล้านมาร์กจากสปอนเซอร์ UFA

เทรนเนอร์ เจอร์เก้น โรเบอร์ (นับแต่ 1 ม.ค. 96)

ย้ายมา ฮามี่ (โบคา จูเนียร์ส), รอย (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์), เร็กดาล (แรนส์), ฟานบูร์ค (อูเทร็คท์), แฮร์โซก (สตุ๊ตการ์ท), มานเดสโก้ (ราปิด เวียนนา), ลาคี่ส์ (บาเยิร์น), คิราลี่ (ชอมบาเฮลี่)

ย้ายไป ฮ็อดเลอร์ (ฮัลเล่), เคทซ์ (แขวนสตั๊ด), โคเบอร์ (ยังไม่มีสังกัด), ราคลี่ (อุนเตอร์อัคคิ้งก์), ไวเดอร์มันน์ (ชาลเก้)

รายได้สูงสุด รอย (ปีละ 1.4 ล้านมาร์ก)

รายได้ต่ำสุด คิราลี่ (ปีละ 150,000 มาร์ก)

เมื่อยักษ์หลับขยับร่าง

พญาหมีแห่งเบอร์ลิน ออกอาการบิดขี้เกียจ เหยียดแข้งยืดขา หลายต่อหลายปีที่ผ่านมา ลงไปสาละวนอยู่ในเวทีระดับล่าง ตอนนี้ทีมเมืองหลวงของเยอรมัน พร้อมแล้วที่จะกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่

เทรนเนอร์ เจอร์เก้น เรอเบอร์ เน้นสูตรลงตัว 3-5-2 ที่ทำสำเร็จในปีฟันฝ่าสู่บุนเดสลีกา

แผงมิดฟิลด์เคลื่อนไหวสลับอ่อนตัว ทำได้ทั้งรุกและรับเพื่อเสริมแผงหน้า โดยความหวังฝากไว้ที่ เร็คดาล-ครูเซ่-รอย-โควิช

ถึงเวลาบุนเดสลีกา ถึงเวลา แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แล้ว

วงในฟุตบอลยูโร

-ยูฟ่า โต้โผจัดทัวร์นาเมนท์ ยอมรับว่า คนที่มีหน้าที่ดูแลรักษาถ้วยโทรฟี่มักจะทำหายเอง เป็นประจำ โดยผู้อำนวยการฝ่ายสื่อต่าง ๆ ฟริตช์ อาห์ลสตรอม กล่าวว่า “มีอยู่ครั้ง ผมไม่ได้ติดตามดูแลโทรฟี่นานถึง 3 เดือน โดยปกติ มันจะเก็บอย่างดี ในที่กำบังลูกระเบิดในสวิตเซอร์แลนด์ แต่ผมก็มักทำกุญแจไขหายอยู่เรื่อย”

-แม้จะเพิ่มจำนวนทีมเป็น 16 ชาติเข้าร่วมรอบสุดท้าย แต่แชมป์เก่า เดนมาร์ก ก็ต้องเล่นในรอบคัดเลือกแบบแบ่งกลุ่ม

-บริษัทร่วมระหว่างบีบีซี-ไอทีวี (ฟอร์โต้) เช่าอุปกรณ์การบรรยายหนัก 20 ตันจากคณะผู้จัดกีฬาโอลิมปิคที่แอดแลนต้าในปีนี้

-อดีตนายทวารของคิวพีอาร์ แจน สเตจ์กาล พลาดการติดทีมชาติสาธารณรัฐเชก หลังจากประกาศอำลาโดยอ้างว่าลีกภายในประเทศฤดูกาลที่แล้ว จงใจให้สปาร์ต้า ปราก ครองแชมป์ ขณะ ที่แจนเล่นให้ทีมรองแชมป์ สลาเวีย ปราก

-บอริสลาฟ มิไฮลอฟ นายทวารของบัลแกเรีย ซึ่งเล่นให้ทีมเรดดิ้งในดิวิชั๋น 1 ถูกเปิดเผยว่าปลูกผมจนดกดำแทบจำไม่ได้

-กุนซือทีมโครเอเชีย มิโรสลาฟ บลาเซวิซ กำลังรอชื้นศาลจากการถูกกล่าวหาว่าล้มบอลในฝรั่งเศส โดยเขาถูกประกันตัวในระหว่างคุม โครเอเชียเข้าร่วมศึกยูโร 96 ที่อังกฤษ

-โครเอเชียเคยเป็นรัฐที่ถูกควบคมโดยนาซี ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง และมักเล่นเกม ระดับชาติกับทีมจากแผ่นดินเมืองแม่ ดังนั้นจงไม่น่า แปลกใจที่พวกเขาตกเป็นพ่ายแพ้เสมอ

-ฝรั่งเศสผ่านรอบคัดเลือกโดยไม่ต้อง อาศัยมือของ3 ผู้เล่นชื่อดังที่สุด เอริค คันโตน่า, ดาวิด ชิโนล่า และฌอง ปีแอร์ ปาแปง แต่นับจากความล้มเหลวโนรอบคัดเลือกศึกฟุตบอลโลก 1994 ฝรั่งเศส ก็ไม่เคยแพ้ใครถึง 27 นัดติดต่อกันก่อนถูกหยุดโดย สาธารณรัฐเชกในการเตะจุดโทษตัดสินของรอบรองฯ

-หลังจากผ่านคัดเลือกเป็นครั้งแรก ชาวตุรกี 6 คนถูกยิงกระสุนลูกหลงขณะแฟน ๆกำลังฉลองโดยการยิงปืนในถนนกรุงอิสตัลบูล

-วงไลท์นิ่ง ซีดส์ ซึ่งร้องเพลงชาติอังกฤษ อย่างเป็นทางการเคยข้องแวะในเกมลูกหนังมาก่อน และเพลงฮิต เดอะ ไลฟ์ ออฟ ไรลีย์ ถูกใช้เป็น ดนตรีประกอบฉากที่รวบรวมประตูของแม็ตช์ ออฟ เดอะ เดย์ มานานถึง 3 ปี

-วงดนตรีของสก๊อตต์ พรีมัล ฟิลริม ซึ่งเคยมีเพลงฮิตติดท็อปเทนอย่างโหลดส์ แอนด์ ร็อคส์ ทำซิงเกิ้ลชุดแรกในรอบ 2 ปีเพื่อให้เข้ากับศึกยูโร 96 โดยเพลงที่ได้ยินตลอดสัปดาห์ของการปะทะระหว่าง อังกฤษ-สก๊อตแลนด์ คือเดอะ บิ๊ก แมน แอนด์ เดอะ สตรีม มีท อัพทาวน์

ตามไปดูยูโร 96

ผลงานอันยอดเยี่ยมของอังกฤษ ทำให้การเจอกับฮอลแลนด์ในนัดต่อมาเต็มไปด้วยสีสันอันเร้าใจ และเป็นอีกนัดที่เจ้าถิ่นทำได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วย การเอาชนะดัตช์ไปได้ถุง 4-1 ซึ่งเกือบช่วยให้สก๊อต ที่เอาชนะสวิส 1-0 ในวันเดียวกันเขารอบแทนด้วยซ้ำ หากไม่นับประตูได้เสียที่ฮอลแลนด์ดีกว่า

จากผู้ร้ายกลายเป็นฮีโร่ของประเทศชาติในเวลาห่างกันเพียงไม่กี่วันและการได้ลงเล่นในเวมบลีย์ กับสเปนในรอบก่อนรองชนะเลิศก็คือ จุดไคลแมกซ์ ของอังกฤษอีกเกมหนึ่ง ซึ่งน่าไปถึงการดวลจุดโทษ ตัดสินอีกเช่นเคย

ซีแมนกลายเป็นพระเอกในเกมกับสเปน ด้วยการหยุดจุดโทษลูกสุดท้ายของมิเกล นาคาย เอาไว้ได้ด้วยปลายมือ ส่งให้อังกฤษผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก แม้จะถูกทีมกระทิงดุไล่ต้อนจนหลังพิงกำแพง หลายครั้งหลายหน

ชัยชนะจากรอบควอเตอร์ไฟนั่ล ทำให้แมตช์ ต่อมาของทีมสิงโตคำรามกลายเป็นการแข่งชันที่ทุกคนเฝ้าจับตายิ่งกว่ารอบชิงชนะเลิศเสียอีก เนื่องจาก เป็นการโคจรมาเจอกันระหว่าง อังกฤษ-เยอรมัน คู่ปรับตลอดกาลของโลกฟุตบอลนั่นเอง…

อังกฤษออกตัวอย่างมั่นใจ และได้ประตูจาก เชียเรอร์ในเวลาแค่ 2 นาทีแรก แต่ความสม่ำเสมอ และกล้าหาญของทีมอินทรีเหล็ก ที่ปราศจากเจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ไปจากอาการบาดเจ็บ ก็ทำให้เกมยืดเยื้อไป จนถึงช่วงต่อเวลาเช่นเดียวกับหลายแมตช์ที่ผ่านมาจากลูกตีเสมอของสเตฟาน คนท์ซ ในอีกไม่กี่นาทีให้หลัง

ความไร้โชคและดวง ทำให้อังกฤษเอาชนะตามกฎโกลเด้นโกล์ ให้เด็ดขาดไม่ใต้ทั้งที่มีโอกาสหลายหน กระทั่งนำไปถึงการดวลจุดโทษ ตัดสินเป็นหนทางสุดท้าย ซึ่งกลายเป็นจุดจบของเจ้าถิ่นอย่างไม่มีใครคาดฝัน

แกเร็ธ เซาร์เกต คือคนที่ 6 ของอังกฤษที่ก้าวเข้ามาเป็น เพชฌฆาตตามการคัดเลือกของเวนาเบิลส์ และทันทีที่เซนเตอร’แบ๊ก ร่างเล็กจาก แอสตัน วิลล่า รงพลาดให้ อันเดรียส์ ค็อปเด่ เดาทางถูก โอกาสของสิงโตคำราม ที่จะก้าวไปสู่แชมป์รายการใหญ่หนแรกในรอบ 30 ปี จึงมืดมนลงเรื่อยๆ

ทุกคนฝากความหวังเอาไว้กับซีแมน แต่ความจริงที่หลีกเลี่ยง ไม่ได้ก็คือ เยอรมันเป็นทีมที่ไม่เคยพลาดท่าใครในการตัดสินทำนอง เดียวกัน นี้มานานตั้งแต่ปี 1976 ซึ่งเป็น ครั้งสุดท้ายที่เชโกสโลวะเกีย คว้าแชมป์ยุโรปไปครองทีเดียว

ประวัติศาสตร์มีเอาไว้ให้ซ้ำรอยเมื่อ อันเดรียส์ โมลเลอร์ ยิงลูกตัดสินให้ทีมจากเมืองเบียร์ผ่านเข้าสู่นัดสุดท้ายไปได้ ก็เท่ากับเป็นการย้อน อดีตถึงนัดตัดเชือกฟุตบอลโลกปี 1990 ซึ่งเยอรมัน ตะวันตกยัดเยียดความปราชัยให้อังกฤษ ด้วยการตัดสินที่จุดโทษ ก่อนก้าวเข้าไปคว้าแชมป์โลกในนัดถัดไปนั่นเอง

อังกฤษผิดหวังกับการไม่ได้เข้าชิงชนะเลิศ แต่ในทางกลับกัน ผลงานจากทัวร์นาเมนต์นี้ก็เท่ากับเป็นมรดกที่เวนาเบิ้ลส์ ทิ้งเอาไว้ให้ เกล็น ฮ็อดเดิ้ล เข้ามาสานต่อสู่ฟุตบอลโลกในอก 2 ปี ข้างหน้าที่ฝรั่งเศส

รวมทั้งเป็นการเรียกศรัทธากับความน่าเกรงขามกลับคืนมาสู่อังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเช่นกัน